ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

นายกฯ ยันไม่ปิดประเทศ ไม่หยุดสงกรานต์ยันชดเชยให้ เข้าประเทศต้องมีใบรับรองแพทย์




นายกฯ ยันไม่ปิดประเทศ ไม่หยุดสงกรานต์ยันชดเชยให้ เข้าประเทศต้องมีใบรับรองแพทย์

เมื่อเวลา 14.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากการประชุมศูนย์โควิด ได้นำเสนอเข้ามติ ครม. เพื่อลดการแพร่ระบาดจาก กทม.ไปสู่จังหวัดอื่นๆ ทุกภาคส่วนต้องทำความเข้าใจร่วมกัน โดยครม. ได้เห็นชอบ ทั้งหมด 6 ด้าน คือ ด้านการสาธารณสุข เวชภัณฑ์ ด้านข้อมูล การร้องเรียน ป้องกัน การเยียวยา
ด้านการสาธารณสุข ยังไม่มีการการปิดเมืองหรือปิดประเทศ การห้ามเข้าออกโดยสมบูรณ์ แต่เพื่อป้องกันการนำเชื้อเข้าสู่ประเทศไทย ผู้เข้าเมืองต้องมีมาตรการเข้มงวด เช่น มีใบรับรองแพทย์ ทำประกัน โดยใช้มาตรการเดียวกันทั้ง บก น้ำ อากาศ ใช้แอปพลิเคชั่นติดตามตัว เพื่อให้สามารถติดตามได้ โดยจะห้ามข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ เดินทางไปต่างประเทศ และเตือนประชาชนให้งดการเดินทางในประเทศ เขตต่อเนื่องที่มีการติดต่อโรค พัฒนาการกักันผู้ที่มีความสงสัย
จัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ สถานที่ ชุดป้องกัน เครื่องมือ เวชภัณฑ์ โดยมีการจัดซื้อแล้ว แนะนำให้ประชาชนชะลอการเดินทางกลับประเทศ เร่งผลิตเวชกรรมป้องกัน เช่น หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ โดยจะสำรวจอุปกรณ์ป้องกันเพื่อให้จัดหาได้เพียงพอ เร่งผลิตหน้ากากผ้า ส่งเสริมให้ประชาชนใช้เมื่อเข้าที่ชุมชน นำหน้ากากอนามัยที่ยึดได้มาใช้ พร้อมตรวจสอบการกักตุนการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ การระบายสินค้า
ทั้งนี้ จะลดการแพร่โอกาสแพร่ระบาดของโรค จะปิดบางสถานที่ที่สามารถแพร่เชื้อได้ง่าย เช่น สถานศึกษา มหาวิทยาลัย
สถานที่มารวมกันเป็นกิจวัตรที่ทำให้เกิดการแพร่เชื้อง่าย ต้องปิดชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เช่น สนามมวย สนามกีฬา สนามม้า
ปิดชั่วคราว 14 วัน สำหรับ ผับ สถานบันเทิง โรงนวด โรงมโหรสพ
งดจัดกิจกรรมที่มีคนมารวมตัวกันจำนวนมาก เช่น คอนเสิร์ต กิจกรรมทางศาสนา วัฒนธรรม กีฬา
เพิ่มมาตราป้องกันสำหรับที่ทียังเปิดอยู่ เช่น ตลาด ห้างร้าน ร้านอาหาร สถานที่ราชการ
ลดความแออัดทางการเดินทาง เช่น งดวันหยุดสงกรานต์ โดยจะชดเชยในวันที่เหมาะสม

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เพื่อนอาลัย ‘กาย’ เผยไปส่งบ้าน เห็นพฤติกรรมกับ ‘แม่ติ๊ก’ โพสต์ชี้เบาะแส ลูกฆ่าแม่ หรือไม่

จากคดีสะเทือนขวัญลูกฆ่าหั่นศพแม่ยัดตู้เย็น – สลดหนุ่มวิศวะคอมพ์ ป่วยซึมเศร้า ฆ่าหั่นแม่ ศพยัดตู้เย็น 5 ชิ้น เพื่อนแม่มาตามหา เปิดช่องแช่แข็งถึงผงะ เป็นจังหวะเดียวกับลูกผู้ตายใช้ปืนจ่อขมับยิงตัวสาหัส ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา พยานเล่าเหตุการณ์ตามหา เจอลูกเพื่อนที่ป่วยซึมเศร้า รักษาตัวมานาน 2 ปี พูดคุยแล้วรู้สึกไม่ปกติ เลยค้นทั่วบ้านจนเจอศพถึงผงะ สน.ท่าข้าม เร่งสอบ ล่าสุดโลกโซเชียล มีการตั้งคำถาม พร้อมแฉพิรุธต่างๆ นานา ว่า ลูกชาย อาจไม่ได้เป็นคนฆ่าแม่ อาทิ แม่ลูกรักกันดี ไม่เคยขึ้นเสียง ไม่มีเหตุให้ลูกฆ่าแม่สยองขนาดนี้ , คนป่วยซึมเศร้า มักทำร้ายตัวเอง ไม่ทำร้ายคนอื่น , ลูกชายถนัดซ้าย แต่สภาพศพ ปืนที่ยิงตัวเองอยู่ทางขวา เป็นต้น ขณะที่ เพจดัง ซ้อขอเล่า เผยทั้งแชท และ ข้อสังเกตมากมาย จากคนที่รู้จักกับ กาย ลูกชาย วัย 20 ปี และ แม่ติ๊ก วัย 42 ปี ในคดีลูกชายฆ่าหั่นศพแม่ยัดตู้เย็น โดย เพื่อนคนหนึ่ง โพสต์ภาพแม่ลูก พร้อมบอกด้วยว่า “ผมเคยไปส่งกายที่บ้าน เคยกินข้าวด้วยกัน ผมรู้ว่าแม่ลูกเค้าพูดจากันยังไง กายรักแม่เพราะมีกัน2คน แม่ไม่เคยพูดจาไม่ดีกับลูก คุยกันดีตลอด พูดคุยสนุก ข...

แม่ใจสลาย ลูกไลฟ์สดผูกคอต่อหน้า ไม่กล้าออกไปช่วยเพราะกลัวเคอร์ฟิว

เมื่อวันที่ 25 เม.ย. รับแจ้งจากชาวบ้าน บ้านสี่เหลี่ยม ต.สี่เหลี่ยม อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ว่าเกิดเหตุสลดชายหนุ่มในหมู่บ้าน ซึ่งไปทำงานรับจ้างอยู่ที่ จ.ปทุมธานี ได้ถ่ายทอดสดหรือไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊ก ขณะกำลังจะผูกคอตัวเองภายในห้องพัก เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 24 เม.ย. ซึ่งญาติพี่น้อง และเพื่อนๆ ที่เห็นไลฟ์ ต่างพยายามโทรและส่งข้อความเข้าไปปลอบใจ แต่ก็ไม่เป็นผล ชายหนุ่มคนดังกล่าวตัดสินใจใช้เชือกผูกคอตัวเองเสียชีวิตต่อหน้าญาติและเพื่อนๆ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านเกิดของผู้เสียชีวิต พบญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านกำลังช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ เพื่อรอรับร่างนายเอกพงษ์ หรือเอก อายุ 32 ปี ที่ไลฟ์ผูกคอเสียชีวิต กลับมาประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของครอบครัว โดยเฉพาะนางเอียด รักษา อายุ 54 ปี ผู้เป็นแม่ ที่ทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเห็นลูกก่อเหตุต่อหน้า แต่ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะอยู่ไกล ทั้งนี้ทราบว่าเพื่อนที่ทำงานด้วยกันที่ จ.ปทุมธานี ที่เห็นไลฟ์ก็พยายามโทรไปปลอบใจ แต่ไม่กล้าออกไปช่วยเพราะกลัวเลยเวลาเคอร์ฟิว เนื่องจากตอนเกิดเหตุก็ประมาณ 3 ทุ่มเศษแล้ว นางเอียด ก...

เริ่มปุ๊บ ล่มปั๊บ! ‘เราไม่ทิ้งกัน ลงทะเบียนรับ 5,000

เว็บไซด์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ที่ใช้ลงทะเบียนรับสิทธิ์เงินเยียวยาจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รายละ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือนนั้น รัฐบาลระบุว่า ระบบสามารถรองรับการทำธุรกรรมได้ถึง 58,000 รายการในเวลาเดียวกัน หรือคิดเป็นจำนวน 3.48 ล้านคนต่อนาที โดยคาดว่าระบบจะสามารถรองรับจำนวนประชาชนที่ต้องการเข้ามาลงทะเบียนออนไลน์ได้แบบไร้กังวล แต่ล่าสุดดูเหมือนว่าจะไม่เป็นอย่างนั้น ผ่านไปไม่ถึงนาที ระบบก็ล่มแล้ว คาดว่าเพราะมีประชาชนแห่ลงทะเบียนกันเป็นจำนวนมาก  สำหรับมาตรการรับเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะให้สิทธิ์เฉพาะคนที่มีคุณสมบัติตรงตามที่ระบุไว้เท่านั้น คือผู้ลงทะเบียนต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป เป็นผู้ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม เป็นแรงงาน ลูกจ้างชั่วคราว อาชีพอิสระ ให้เตรียมหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชน ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลประกอบอาชีพ ข้อมูลนายจ้าง