ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ผวากันทั้งคัน!! รถกู้ภัยชนขาดกระจุย ถูกรถตู้ตามชนท้ายยับ ก่อนเล่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ขนลุกซู่


เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 31 มี.ค.61 พ.ต.ท.สมบัติ พรมสะอาด สารวัตรสอบสวน สภ.คลองวาฬ ได้รับแจ้งเหตุจากพลเมืองดีว่า เกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะชนเสาไฟฟ้ามีผู้บาดเจ็บจำนวนหลายราย เหตุเกิดบริเวณริมถนนเพชรเกษม ฝั่งขาเข้า กทม. ใกล้กับสะพานไร่คลอง หมู่ 7 บ้านสวนขวัญ ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบฯ จึงพร้อมด้วย จนท.สายตรวจ จนท.ตำรวจทางหลวงประจวบฯ รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมประสานหน่วยกู้ชีพ อบต.ห้วยทราย หน่วยกู้ภัยสว่างประจวบฯ หน่วยกู้ภัยตำรวจทางหลวง และลุงนึกประจวบรถยก เข้าให้ความช่วยเหลือนำผู้บาดเจ็บส่ง รพ.ประจวบฯ

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะตอนเดียว สีขาว มีหลังคาแครี่บอย ติดอักษรคำว่ามูลนิธิร่มไทร ยี่ห้อ โตโยต้าวีโก้ ทะเบียน ฒฉ9839 กทม. ชนกับเสาไฟฟ้าข้างทาง ทำให้สภาพรถฉีกขาดเสียหายทั้งคัน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 6 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ช่วยกันทยอยส่งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตส่ง รพ.ประจวบฯ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ คือ น.ส.อริสา เตชะ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70 ม.7 ต.บัวสลี อ.แม่ลาว จ.เชียงราย ซึ่งเป็นรองหัวหน้าจุดคันนายาวของมูลนิธิ

นอกจากนี้ยังมีรถตู้ที่วิ่งตามหลังมาชนเข้ากับบันไดที่กระเด็นออกมาจากตัวรถคันประสบเหตุได้รับความเสียหาย เป็นรถตู้ยี่ห้อ โตโยต้า สีบรอนซ์ ทะเบียน ฮจ8044 กทม. ได้รับความเสียหายเล็กน้อย โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

ส่วนสาเหตุ นายอาณัติ ซัดเราะมาน อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถกู้ภัยที่ประสบอุบัติเหตุ เล่าว่า ตนพร้อมสมาชิกรวม 7 คน ชาย 3 คน หญิง 4 คน ได้เดินทางกลับมาจากการทำงานที่ จ.ตรัง และกำลังเดินทางกลับเข้า กทม. ระหว่างทางถึงจุดเกิดเหตุเป็นช่วงทางโค้งและลงเนิน มีความรู้สึกเหมือนมีเงาอะไรบางอย่างวิ่งตัดหน้า ตนจึงหักหลบ จากนั้นรถเกิดเสียหลักเหินไปชนกับเสาไฟฟ้าข้างทางจนเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ดีทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการยกรถออกจากที่เกิดเหตุแล้ว และจะทำการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้อีกครั้งต่อไป
ที่มา:siamvariety.com

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เพื่อนอาลัย ‘กาย’ เผยไปส่งบ้าน เห็นพฤติกรรมกับ ‘แม่ติ๊ก’ โพสต์ชี้เบาะแส ลูกฆ่าแม่ หรือไม่

จากคดีสะเทือนขวัญลูกฆ่าหั่นศพแม่ยัดตู้เย็น – สลดหนุ่มวิศวะคอมพ์ ป่วยซึมเศร้า ฆ่าหั่นแม่ ศพยัดตู้เย็น 5 ชิ้น เพื่อนแม่มาตามหา เปิดช่องแช่แข็งถึงผงะ เป็นจังหวะเดียวกับลูกผู้ตายใช้ปืนจ่อขมับยิงตัวสาหัส ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา พยานเล่าเหตุการณ์ตามหา เจอลูกเพื่อนที่ป่วยซึมเศร้า รักษาตัวมานาน 2 ปี พูดคุยแล้วรู้สึกไม่ปกติ เลยค้นทั่วบ้านจนเจอศพถึงผงะ สน.ท่าข้าม เร่งสอบ ล่าสุดโลกโซเชียล มีการตั้งคำถาม พร้อมแฉพิรุธต่างๆ นานา ว่า ลูกชาย อาจไม่ได้เป็นคนฆ่าแม่ อาทิ แม่ลูกรักกันดี ไม่เคยขึ้นเสียง ไม่มีเหตุให้ลูกฆ่าแม่สยองขนาดนี้ , คนป่วยซึมเศร้า มักทำร้ายตัวเอง ไม่ทำร้ายคนอื่น , ลูกชายถนัดซ้าย แต่สภาพศพ ปืนที่ยิงตัวเองอยู่ทางขวา เป็นต้น ขณะที่ เพจดัง ซ้อขอเล่า เผยทั้งแชท และ ข้อสังเกตมากมาย จากคนที่รู้จักกับ กาย ลูกชาย วัย 20 ปี และ แม่ติ๊ก วัย 42 ปี ในคดีลูกชายฆ่าหั่นศพแม่ยัดตู้เย็น โดย เพื่อนคนหนึ่ง โพสต์ภาพแม่ลูก พร้อมบอกด้วยว่า “ผมเคยไปส่งกายที่บ้าน เคยกินข้าวด้วยกัน ผมรู้ว่าแม่ลูกเค้าพูดจากันยังไง กายรักแม่เพราะมีกัน2คน แม่ไม่เคยพูดจาไม่ดีกับลูก คุยกันดีตลอด พูดคุยสนุก ข...

แม่ใจสลาย ลูกไลฟ์สดผูกคอต่อหน้า ไม่กล้าออกไปช่วยเพราะกลัวเคอร์ฟิว

เมื่อวันที่ 25 เม.ย. รับแจ้งจากชาวบ้าน บ้านสี่เหลี่ยม ต.สี่เหลี่ยม อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ว่าเกิดเหตุสลดชายหนุ่มในหมู่บ้าน ซึ่งไปทำงานรับจ้างอยู่ที่ จ.ปทุมธานี ได้ถ่ายทอดสดหรือไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊ก ขณะกำลังจะผูกคอตัวเองภายในห้องพัก เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 24 เม.ย. ซึ่งญาติพี่น้อง และเพื่อนๆ ที่เห็นไลฟ์ ต่างพยายามโทรและส่งข้อความเข้าไปปลอบใจ แต่ก็ไม่เป็นผล ชายหนุ่มคนดังกล่าวตัดสินใจใช้เชือกผูกคอตัวเองเสียชีวิตต่อหน้าญาติและเพื่อนๆ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านเกิดของผู้เสียชีวิต พบญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านกำลังช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ เพื่อรอรับร่างนายเอกพงษ์ หรือเอก อายุ 32 ปี ที่ไลฟ์ผูกคอเสียชีวิต กลับมาประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของครอบครัว โดยเฉพาะนางเอียด รักษา อายุ 54 ปี ผู้เป็นแม่ ที่ทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเห็นลูกก่อเหตุต่อหน้า แต่ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะอยู่ไกล ทั้งนี้ทราบว่าเพื่อนที่ทำงานด้วยกันที่ จ.ปทุมธานี ที่เห็นไลฟ์ก็พยายามโทรไปปลอบใจ แต่ไม่กล้าออกไปช่วยเพราะกลัวเลยเวลาเคอร์ฟิว เนื่องจากตอนเกิดเหตุก็ประมาณ 3 ทุ่มเศษแล้ว นางเอียด ก...

เริ่มปุ๊บ ล่มปั๊บ! ‘เราไม่ทิ้งกัน ลงทะเบียนรับ 5,000

เว็บไซด์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ที่ใช้ลงทะเบียนรับสิทธิ์เงินเยียวยาจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รายละ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือนนั้น รัฐบาลระบุว่า ระบบสามารถรองรับการทำธุรกรรมได้ถึง 58,000 รายการในเวลาเดียวกัน หรือคิดเป็นจำนวน 3.48 ล้านคนต่อนาที โดยคาดว่าระบบจะสามารถรองรับจำนวนประชาชนที่ต้องการเข้ามาลงทะเบียนออนไลน์ได้แบบไร้กังวล แต่ล่าสุดดูเหมือนว่าจะไม่เป็นอย่างนั้น ผ่านไปไม่ถึงนาที ระบบก็ล่มแล้ว คาดว่าเพราะมีประชาชนแห่ลงทะเบียนกันเป็นจำนวนมาก  สำหรับมาตรการรับเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะให้สิทธิ์เฉพาะคนที่มีคุณสมบัติตรงตามที่ระบุไว้เท่านั้น คือผู้ลงทะเบียนต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป เป็นผู้ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม เป็นแรงงาน ลูกจ้างชั่วคราว อาชีพอิสระ ให้เตรียมหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชน ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลประกอบอาชีพ ข้อมูลนายจ้าง