ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

‘ลุงจรูญ’ลุยเอาผิด3กลุ่ม แก๊งอ้างหวยหาย-ตร.กาญจนบุรี-ตร.ภาค7 ฟ้องค่าเสียหายด้วย


‘ลุงจรูญ’ลุยเอาผิด3กลุ่ม แก๊งอ้างหวยหาย-ตร.กาญจนบุรี-ตร.ภาค7 ฟ้องค่าเสียหายด้วย












เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่มูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ จ.สมุทรสาคร ร.ต.ท.จรูญ วิมล คู่กรณีหวย 30 ล้าน และทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ แถลงภายหลังผบ.ตร.สรุปคดีนี้

ทนายษิทรากล่าวว่า หลังจากผบ.ตร.แถลงรู้สึกพอใจ แม้จะไม่ระบุอะไรชัดมาก แต่ด้วยพฤิตการณ์ ทั้งการออหหมายจับและดำเนินคดี จึงเชื่อว่าตำรวจดำเนินการด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม โดยการสืบสวนของกองปราบ พบว่าอีกฝ่ายให้การเท็จ จึงเป็นการพิสูจน์ชัดแล้วว่าลุงจรูญเป็นเจ้าของหวย 30 ล้าน รวมถึงผบ.ตร.ยังยกฎีกาที่ระบุใครถือหวยเป็นเจ้าของ จึงต้องขอบคุณผบ.ตร. ผบช.ก. ผบก.ป. หากไม่เช่นนั้นไม่รู้ตอนนี้ลุงจรูญจะเป็นอย่างไร ซึ่งผบช.ก.เคยระบุว่าเคยให้โอกาสกับอีกฝั่งแล้วให้พูดความจริง เมื่ออีกฝั่งไม่สำนึก จึงต้องดำเนินการ โดยขอชื่นชมการทำงานของตำรวจ โดยเฉพาะผบ.ตร.ที่จะช่วยล้างความชั่วของตำรวจบางนาย
ทนายษิทรากล่าวอีกว่า สำหรับการดำเนินคดี กองปราบได้รวบรวมพยานหลักฐานระบุแล้วว่า ฝ่ายครูปรีชาให้การเท็จจริง จากนี้จึงจะแยกการดำเนินคดีเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกคือกลุ่มอ้างทำหวยหาย โดยออกหมายจับแล้ว 2 คน ส่วนจะออกหมายจับเพิ่มหรือไม่ ต้องหารือตำรวจอีกครั้ง กลุ่มต่อมาตำรวจกาญจนบุรีที่ทำคดี อาทิ พ.ต.ท.ที่อายัดเงินของลุงจรูญอย่างไม่ถูกต้อง เนื่องจากไม่สืบสวนคดี แต่ได้สั่งอายัดเงิน รวมถึงนายตำรวจระดับสูงอีกนาย โดยนายพลตำรวจนายนี้สั่งปรับแก้สำนวนหลายครั้ง ซึ่งกองปราบอาจส่งเรื่องให้ป.ป.ช.ด้วย กลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มตำรวจ บช.ภ.7 โดยรับทำคดีแต่เลือกเฉพาะหลักฐานบางส่วน ทั้งการถอดเทป จึงเป็นเรื่องบกพร่อง โดยจะปรึกษาลุงจรูญและกองปราบอีกครั้งว่าจะดำเนินการกับใครบ้าง
ทนายษิทรากล่าวต่อว่า ส่วนคดีแพ่งที่ถูกอายัดเงินนั้น จะขอสำนวนจากตำรวจไปขอถอนอายัดเงิน เนื่องจากตำรวจฟันมาแล้วว่ากลุ่มขบวนการนี้สร้างพยานเท็จ จากนั้นเมื่ออัยการสรุปสำนวน ตนจะฟ้องละเมิดและกลั่นแกล้งให้รับโทษอาญา รวมถึงอายัดเงิน 25 ล้านโดยมิชอบ โดยจะเรียกค่าเสียหายเป็นล้านแน่นอนกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญากับตำรวจที่เกี่ยวข้องและผู้ต้องหา ซึ่งคดีนี้เป็นจะบทเรียนต่อไป
เมื่อถามว่ามีพยานระบุเมียลุงจรูญไปพูดว่าเก็บหวยได้ ทนายษิทรากล่าวว่า หากต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจ ควรนำหลักฐานไปให้ตำรวจ ส่วนตัวเชื่อคลิปนี้ไม่มีจริงแน่นอน โดยคุยกับลุงจรูญแล้ว หากมีจริงควรนำไปมอบให้ตำรวจ นอกจากนี้ขอฝากไปด้วยว่าหากจะฟ้องอาญาด้วยตัวเอง ตามขั้นตอนต้องไต่สวนมูลฟ้องก่อน โดยใช้พยานหลักฐานชุดเดียวกัน ซึ่งกองปราบระบุแล้วว่าเป็นพยานเท็จ ดังนั้นผู้ยื่นจะมีความผิดด้วย
“ผมไม่อยากให้ราคาคุณฟ้า เพราะไม่เกี่ยวกับคดีและไม่รู้กฎหมาย หากมีคลิปจริงขอให้ไปยื่นให้ตำรวจ เพราะคนยื่นพยานหลักฐานเท็จให้เจ้าหน้าที่ก็มีความผิดด้วย” ทนายษิทรากล่าว





ที่มา ข่าวสด

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เพื่อนอาลัย ‘กาย’ เผยไปส่งบ้าน เห็นพฤติกรรมกับ ‘แม่ติ๊ก’ โพสต์ชี้เบาะแส ลูกฆ่าแม่ หรือไม่

จากคดีสะเทือนขวัญลูกฆ่าหั่นศพแม่ยัดตู้เย็น – สลดหนุ่มวิศวะคอมพ์ ป่วยซึมเศร้า ฆ่าหั่นแม่ ศพยัดตู้เย็น 5 ชิ้น เพื่อนแม่มาตามหา เปิดช่องแช่แข็งถึงผงะ เป็นจังหวะเดียวกับลูกผู้ตายใช้ปืนจ่อขมับยิงตัวสาหัส ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา พยานเล่าเหตุการณ์ตามหา เจอลูกเพื่อนที่ป่วยซึมเศร้า รักษาตัวมานาน 2 ปี พูดคุยแล้วรู้สึกไม่ปกติ เลยค้นทั่วบ้านจนเจอศพถึงผงะ สน.ท่าข้าม เร่งสอบ ล่าสุดโลกโซเชียล มีการตั้งคำถาม พร้อมแฉพิรุธต่างๆ นานา ว่า ลูกชาย อาจไม่ได้เป็นคนฆ่าแม่ อาทิ แม่ลูกรักกันดี ไม่เคยขึ้นเสียง ไม่มีเหตุให้ลูกฆ่าแม่สยองขนาดนี้ , คนป่วยซึมเศร้า มักทำร้ายตัวเอง ไม่ทำร้ายคนอื่น , ลูกชายถนัดซ้าย แต่สภาพศพ ปืนที่ยิงตัวเองอยู่ทางขวา เป็นต้น ขณะที่ เพจดัง ซ้อขอเล่า เผยทั้งแชท และ ข้อสังเกตมากมาย จากคนที่รู้จักกับ กาย ลูกชาย วัย 20 ปี และ แม่ติ๊ก วัย 42 ปี ในคดีลูกชายฆ่าหั่นศพแม่ยัดตู้เย็น โดย เพื่อนคนหนึ่ง โพสต์ภาพแม่ลูก พร้อมบอกด้วยว่า “ผมเคยไปส่งกายที่บ้าน เคยกินข้าวด้วยกัน ผมรู้ว่าแม่ลูกเค้าพูดจากันยังไง กายรักแม่เพราะมีกัน2คน แม่ไม่เคยพูดจาไม่ดีกับลูก คุยกันดีตลอด พูดคุยสนุก ข...

แม่ใจสลาย ลูกไลฟ์สดผูกคอต่อหน้า ไม่กล้าออกไปช่วยเพราะกลัวเคอร์ฟิว

เมื่อวันที่ 25 เม.ย. รับแจ้งจากชาวบ้าน บ้านสี่เหลี่ยม ต.สี่เหลี่ยม อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ว่าเกิดเหตุสลดชายหนุ่มในหมู่บ้าน ซึ่งไปทำงานรับจ้างอยู่ที่ จ.ปทุมธานี ได้ถ่ายทอดสดหรือไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊ก ขณะกำลังจะผูกคอตัวเองภายในห้องพัก เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 24 เม.ย. ซึ่งญาติพี่น้อง และเพื่อนๆ ที่เห็นไลฟ์ ต่างพยายามโทรและส่งข้อความเข้าไปปลอบใจ แต่ก็ไม่เป็นผล ชายหนุ่มคนดังกล่าวตัดสินใจใช้เชือกผูกคอตัวเองเสียชีวิตต่อหน้าญาติและเพื่อนๆ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านเกิดของผู้เสียชีวิต พบญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านกำลังช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ เพื่อรอรับร่างนายเอกพงษ์ หรือเอก อายุ 32 ปี ที่ไลฟ์ผูกคอเสียชีวิต กลับมาประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของครอบครัว โดยเฉพาะนางเอียด รักษา อายุ 54 ปี ผู้เป็นแม่ ที่ทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเห็นลูกก่อเหตุต่อหน้า แต่ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะอยู่ไกล ทั้งนี้ทราบว่าเพื่อนที่ทำงานด้วยกันที่ จ.ปทุมธานี ที่เห็นไลฟ์ก็พยายามโทรไปปลอบใจ แต่ไม่กล้าออกไปช่วยเพราะกลัวเลยเวลาเคอร์ฟิว เนื่องจากตอนเกิดเหตุก็ประมาณ 3 ทุ่มเศษแล้ว นางเอียด ก...

เริ่มปุ๊บ ล่มปั๊บ! ‘เราไม่ทิ้งกัน ลงทะเบียนรับ 5,000

เว็บไซด์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ที่ใช้ลงทะเบียนรับสิทธิ์เงินเยียวยาจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รายละ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือนนั้น รัฐบาลระบุว่า ระบบสามารถรองรับการทำธุรกรรมได้ถึง 58,000 รายการในเวลาเดียวกัน หรือคิดเป็นจำนวน 3.48 ล้านคนต่อนาที โดยคาดว่าระบบจะสามารถรองรับจำนวนประชาชนที่ต้องการเข้ามาลงทะเบียนออนไลน์ได้แบบไร้กังวล แต่ล่าสุดดูเหมือนว่าจะไม่เป็นอย่างนั้น ผ่านไปไม่ถึงนาที ระบบก็ล่มแล้ว คาดว่าเพราะมีประชาชนแห่ลงทะเบียนกันเป็นจำนวนมาก  สำหรับมาตรการรับเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะให้สิทธิ์เฉพาะคนที่มีคุณสมบัติตรงตามที่ระบุไว้เท่านั้น คือผู้ลงทะเบียนต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป เป็นผู้ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม เป็นแรงงาน ลูกจ้างชั่วคราว อาชีพอิสระ ให้เตรียมหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชน ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลประกอบอาชีพ ข้อมูลนายจ้าง